วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เจอแล้ว!! กันแดดไม่มัน เหมาะสำหรับคนหน้ามันอย่างเรา!! ☀️


ฮะโหลวววทุกคน วันนี้นุ่นมีสิ่งที่น่าสนใจมานำเหนอค่ะ 555 นั่นก็คือ กันแดดขั้นเทพจากนีเวียจ้า NIVEA SUN PROTECT & WHITE OIL CONTROL SERUM SPF 50+ เป็นเซรั่มกันแดดเนื้อบางเบานะ ใช้ได้ทุกวัน ช่วยคุมมัน ทำให้หน้าไม่เยิ้มค่า


มาดูคำเคลมจากแบรนด์กันก่อนเลย เค้าว่ามีสารสกัดคาร์นิทีนที่ช่วยลดความมันในรูขุมขน ทำให้การสร้างน้ำมันบนผิวหน้ามีความสมดุลมากขึ้น และไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งด้วยค่า นอกจากจะควบคุมความมันได้ยาวนานแล้วก็ยังมี SPF50+ ช่วยกันแดดและรังสี UVA1 ที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าแดด เพราะงั้นต่อให้ร้อนนนนมากขนาดไหนหน้าก็ยังดูใสๆ ไบรท์ๆ เมคอัพไม่เยิ้ม แถมไม่อุดตันรูขุมขน ด้วยสูตร Non-Comedogenic เหมาะสำหรับคนที่ชอบแต่งหน้าค่า

ทีนี้จะฟังลอยๆ ก็เดี๋ยวจะดูไม่น่าเชื่อถือ นุ่นมีการทดสอบการคุมมันมาให้ทุกคนได้ดูกันด้วยน้า ไปดูกันเลยค่า 


15 นาที เริ่มมา


3 ชั่วโมงเท่านั้นแหละรู้เรื่องงงงงงง 

สำหรับในรูปนี้นุ่นจะลองทดสอบความมันกับกันแดดของแบรนด์อื่นอีกสามแบรนด์นะคะ โดยการบีบเนื้อลงบนกระดาษซับมัน เอาให้เห็นกันไปเลยว่าจะซึมลึก มันเยิ้มกันแค่ไหน หรือจะคุมได้จริง ของนีเวียจะอยู่ขวาสุดค่า

เห็นความมันซึมเยิ้มออกมามั้ย แต่ของนีเวียซันออยล์คอนโทรลแทบจะไม่มีเลยนะ นุ่นว่าโอเคมากๆ อยู่นะในจุดนี้ อย่างน้อยใช้กันแดด กันอะไรนู่นนี่ได้ แต่หน้ามันเลื่อมเลย ก็ไม่ไหว ยิ่งอากาศเมืองไทยนี่ โหย ไม่อยากพูดถึง ซึ่งความร้อนแบบนี้มันจะทำให้เราไม่อยากทำอะไรที่เหนอะหน้า แล้วยังต้องกลัวว่าจะไปอุดตันเพราะมลพิษที่เราเจอแต่ละวัน แต่จะไม่ทากันแดดก็ไม่ได้ เพราะงั้นนุ่นเลยว่ามันเป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากอยู่เลยค่ะ
นี่คือเนื้อเซรั่มกันแดดของนีเวียนะ ลองดูกันชัดๆ


สำหรับเนื้อ นุ่นว่าซึมเร็วดีนะ ทาแล้วเย็นๆ ผิวค่า
แป๊บเดียววว ซึมลงหมดเลย ไม่มันด้วยจริงๆ จ้า


ใครที่หากันแดดอยู่ อย่าลืมไปลองดูนีเวียซัน ออยล์คอนโทรลตัวนี้กันได้นะ ลองทาดูก่อนก็ได้ค่า หาซื้อได้ง่ายมากๆ อยู่แล้ว สำหรับคุณสมบัติที่มี และคุณภาพกับราคา นุ่นว่าคุ้มอยู่เนาะ และที่สำคัญเราอยู่เมืองไทย ทุกคนรู้กันดีว่าแดดมันร้ายยยยแค่ไหน อย่างน้อยๆ เลยก่อนเราจะแต่งหน้าหรืออะไร อย่าลืมกันแดดนะคะ หน้าจะได้ไม่แก่ก่อนวัย ริ้วรอยไม่มาเยือนนะ ฝ้ากระก็เหมือนกัน เตือนแล้วเน่อ เค้าเป็นห่วง 5555 ส่วนใครจะชอบแบบไหนก็ลองหากันดูเนาะ แต่ละคนก็อาจจะชอบอะไรไม่เหมือนกัน ไปลองของกันก่อนเลยจ้าาา


ใครสนใจอยากดู อยากอ่านเพิ่มเติม หรืออ่านละอยากตำเลอ ตามกันไปที่นี่เลยจ้า
 http://bit.ly/NIVEASunOilControl 

สำหรับวันนี้นุ่นไปก่อนน้า เจอกันใหม่คราวหน้าค่าาา บ๊ะบายยยย

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

อาหารผิวชั้นยอดจากเกาหลี มีขายในไทยละนะ!!!!!



ฮะโหลวทุกคน ไม่นานมานี้นุ่นไปงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นำเข้าจากเกาหลีมาค่า ที่จะเอามาเล่าเลยเพราะพีคตรงเป็นของที่หลายๆ คนอาจจะตามหาอยู่ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ชือว่า เป็นอาหารผิวชั้นยอดจากเกาหลีเลยนะ ซึ่งก็ฮอตฮิตมากกกกที่เกาหลี ใครสายเกา ชอบให้ใบหน้าดูฉ่ำๆ สุขภาพดี สวยแบบใสๆ ธรรมชาตินี่พลาดไม่ได้เลยค่า

 


สำหรับตัวที่นุ่นจะพูดถึงก็คือ BCC Serum จาก Theraderm ได้ยิแล้วอาจจะยังงงว่า เอ๊ มันคืออะไรนะ คือเจ้าตัวนี้เนี่ย เค้ามีคนนำเข้าอย่างเป็นทางการมาสู่ประเทศไทยแล้ว ซึ่งก็คือบริษัท Celeste Thailand เจ้าเดียวกับที่นำเข้าโบทอกซ์ชื่อดังอย่าง Neuronox เลยจ้า เรียกได้ว่าเป็นเรื่องน่ายินดีม้าก เพราะนี่ก็ไม่ต้องบินไปถึงเกาหลีอีกล้าว ไปตามคลีนิคหรือโรงพยาบาลชั้นนำก็จบปิ้ง ผิวดูสุขภาพดีเปล่งปลั่งออกมาได้เลย


 

เพราะคนเรายิ่งวัน ยิ่งอายุเยอะขึ้น คือยื้อกันไม่ได้จริงๆ กับตัวเลขเนี่ย แต่ถ้าเราดูแลถูกจุดให้อาหารผิวได้ตรง ต่อให้ยื้อตัวเลขไม่ได้ แต่อย่างน้อยๆ เราก็พออำพรางอายุได้อยู่นะ ดังนั้นถ้าเราเริ่มที่จะดูแลผิวตั้งแต่เนิ่นๆ คอยบำรุงดีๆ ก็สบายละ แต่งหน้าเบาๆ ก็ยังดูเด้งไม่เหี่ยวไม่แก่นะคะสาวๆ ยิ่งเราโตขึ้น ไอ้คำว่าผิวใส ผิวเด้ง ดูเด็กอ่อนกว่าวัย มันจะยิ่งดึงดูดมากขึ้นๆ เราถึงได้มองหาอะไรที่จะมาทำให้เราไปถึงจุดนั้นได้นี่แหละค่ะ

 


เจ้า BCC Serum ตัวนี้มันมีอะไรเด่นดังเหรอ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ เจ้าตัวนี้คือเซรั่มที่ใช้ในการบำรุงและฟื้นฟูผิวอย่างเข้มข้นค่ะ ขอย้ำคำว่า เข้มข้น” อีกที ซึ่งเค้ามีการรับรองพิสูจน์ประสิทธิภาพออกมาแล้วด้วยว่า เจ้าตัวนี้ช่วยในการลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น ดูเปล่งปลั่งมากขึ้นด้วย รวมไปถึงช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายในแต่ละวันได้มากขึ้น พอได้ยินแบบนี้แล้วก็อาจจะสงสัยว่า แล้วมันมีอะไรอยู่ในนั้น หรือเราทำเองที่บ้านได้มั้ย นุ่นก็สามารถตอบได้เลยว่า เอาจริงๆ คือเราทำได้นะ แต่การที่เราไปที่คลีนิคหรือโรงพยาบาลที่เค้ามีเครื่องมือช่วยให้ประสิทธิภาพของสารบำรุงมันไปได้สูงสุดหรือลึกกว่า มันก็ย่อมเห็นผลดีกว่าใช่มั้ยคะ


 

มาดูก่อนว่า BCC Serum เนี่ยคืออะไรและใช้ยังไง ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า เจ้าตัวนี้มาเป็นแพคคู่ คือประกอบไปด้วยสองขวดนะ เค้าจะมีขวดนึงคือ Powder และอีกตัวคือ Activator สำหรับ Powder คือน้ำเลี้ยงเซลส์บริสุทธิ์ 100% และ Activator คือวิตามินกว่า 10 ชนิดที่เป็นอาหารผิวธรรมชาติเลย เวลาใช้คือ ให้เอาตัววิตามินผสม

เข้ากับตัวน้ำเลี้ยงค่ะ แล้วก็ทาลงบนผิวเลย อย่างที่นุ่นบอกข้างต้นว่าทำเองได้ แต่ในเมื่อเราลงทุนแล้ว ก็ควรไปให้สุดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ถ้าจะลองทำเองก็ได้ คือทาเช้าเย็นติดต่อกัน วันอย่างน้อยๆ คือผิวจะดีขึ้นแน่นอน แต่ถ้าเราไปทำที่คลีนิค เค้าจะมีเครื่องช่วยผลักสารเหล่านี้เข้าสู่ผิวหน้าได้ล้ำลึก ซึ่งมันจะทำให้ผลที่ได้ออกมาดีกว่าค่ะ

 

ภายในงานก็มีการพูดคุยและสาธิตให้ดูด้วยนะ ดูจากภาพก็จะเห็นได้เลย วิธีการทำก็ง่ายๆ ค่ะ คือคลีนหน้หรือทำความสะอาดผิวหน้าก่อนให้เรียบร้อย หลังจากนั้นเค้าก็ผสมทั้งสองตัวอย่างที่นุ่นบอกเอาไว้ แล้วก็เอามาทาลงบนผิวหน้าให้ทั่ว จากนั้นก็ใช้เครื่องช่วยผลักสารอารหารเหล่านี้ให้เข้าไปซ่อมแซมและบำรุงผิว ค่อยๆ นวดจนซึมเข้าไปหมด ใช้เวลาไม่นานเลยแป๊บบบบเดียวเสร็จ หน้าก็จะเนียนนุ่ม ดูใสขึ้นมาเลย นี่คือใช้ไปแค่เซ็ตเดียวด้วย หลังจากนั้นก็สามารถแต่งหน้าอะไรได้เลย ผิวดูใสขึ้นมาเลยค่ะ ใครที่ปกติรู้สึกว่าผิวดูเหนื่อยๆ ล้าๆ ไม่ค่อยสดใส ลองไปจัดดูซักขวดนะ อาจจะติดใจเลย เพราะมันเห็นผลได้เร็วค่ะ แต่ผลนี่มันจะอยู่กับเราไปได้นานแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลบำรุงผิวหน้าของเราด้วยนะ อย่าลืมทากันแดดทุกวัน แล้วหลังล้างหน้าก็ใช้เซรั่มหรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงด้วย พอผิวได้รับการดูแลและไม่ถูกทำร้าย สิ่งที่เราเติมเข้าไปก็จะยิ่งยืดอายุออกไปได้ค่า


สำหรับใครที่ดูแล้วสนใจอยากลองเพิ่งออร่าให้ตัวเองดูบ้าง สามารถไปลองตามคลีนิคหรือโรงพยาบาลชั้นนำต่างๆ ได้เลยค่า ไม่ว่าจะเป็นของขวัญคลีนิค Absolute Clinic, PN Esthetics, กรวินคลินิก ฟรีดคลินิก และอื่นๆอีกมกมย สรถเข้ไปปรึกษากับคุณหมอได้โดยตรงเลยนะค้า หรือไปดูรยละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 



www.celestethailand.com หรือ Facebook Page : Theraderm Thailand จ้าาา ลองแล้วเป็นไงมาบอกกันด้วยน้าาาา สวยวนกันไปค่ะทุกคนนน บ๊ายบาย

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ลองแป้งเทคโนโลยีใหม่ Stardust Focus Filter จาก Fairy Fox



สวัสดีค่าทุกคนนนน วันนี้นุ่นมีแป้งตัวใหม่มาแนะนำ ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองใช้ดูค่ะ ซึ่งก็คือ แป้ง Fairy Fox นั่นเองจ้า บางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อมาบ้างแล้วนะสำหรับตัวนี้ เป็นแป้งผสมรองพื้นน้องใหม่เลย มาลองดูกันว่าอะไรยังไงมั่งนะ



มาเริ่มกันที่คำเคลมของทางแบรนด์นะคะ เค้าบอกว่า แปง้ตัวนี้เป็นแป้งผสมรองพื้นที่มีเนื้อเป็นแบบซาติน คือเรียบเนียนกริ๊บ มีความบางเบายิ่งกว่าใยไหมอีก ทาแล้วไม่หนักหน้า รวมไปถึงช่วยคุมมันได้ด้วย ดูเนียนไปกับผิวเลยเป็นธรรมชาติดีมากๆ มีผสมกันแดดมาให้ด้วยคือ spf 30 pa+++ ถือว่าเยอะมาก สำหรับแป้งพัฟเลยนะ เพิ่มเติมคือ มีเทคโนโลยีใหม่อย่าง Stardust Focus Filter ที่ช่วยกระจายแสงและทำให้หน้าดูเรียวด้วย ทางแบรนด์เค้าว่ามาประมาณนี้ เรามาลองดูกันนะว่าเป็นไง



สำหรับตัวตลับก็เป็นสีเงินและมีลายจิ้งจอกอยู่ข้างหน้า โลโก้น่ารักดี ดูมีเสน่ห์ ดึงดูด มีความมุ้งมิ้งงง ภายในตลับมีกระจกกับพัฟมาให้ค่า ตัวพัฟนุ่มนิ่มเนียนละเอียดดี ทาแล้วไม่ระคายเคืองหน้านะ ทางแบรนด์บอกมาว่าเค้าผสมชาเขียวมาด้วย ซึ่งจะช่วยหยุดยั้งในเรื่องการกระจายตัวของแบคทีเรียได้ด้วยจ้า นุ่นลองทาแล้วก็รู้สึกว่านุ่มนิ่มดีมากเลยยย ทาไปอยากจะหลับไป 555

สำหรับเนื้อแป้งก็เนียนดีแบบนี้เลย มีความฉ่ำโกลว แต่ไม่มัน ดูเป็นธรรมชาติ ด้านในเค้าพิมพ์ลายเนื้อแป้งมาแบบเดียวกับโลโก้ด้วยค่า เห็นแล้วก็รู้ได้เลยว่าแป้งของอะไรนิ แป้งแฟรี่ฟอกซ์ มี 2 เฉดสีค่ะ คือ Angelic สำหรับผิวขาวอมชมพู  และ Breathtaking สำหรับผิวสองสี ผิวบ่มแดด 


มาลองทากันดู อันนี้นุ่นลองทาแค่ครึ่งหน้าเปรียบเทียบให้ดูน้า ซึ่งส่วนที่ทาจากรูปก็คือครึ่งหน้าขวาค่า จะเห็นได้ว่าหน้าดูผ่องขึ้น แต่ไม่ลอยเนอะ แล้วก็ค่อนข้างเนียนและดูเป็นธรรมชาติดีมาก แต่นี่ยังไม่ได้ลงคอนซีลเลอร์หรืออะไรนะ คือหลังทาครีมบำรุง ก็แค่ทาแป้งต่อเลยค่า ถือว่าโอเคดีมากระดับนึง ในเรื่องที่ทำให้หน้าดูผ่องและนวลเนียน ใครมีปาร์ตี้ต่อหลังจากเลิกงาน หรือมีไปเดทละก็ ตบแป้งเพิ่มอีกนิดนึงเพิ่มความฉ่ำโกลว์ก็ได้เล้ยยย
หลังจากทาทั้งหน้าแล้วก็ดูไม่รู้สึกหนาหรือหนักหน้านะ ดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ


ใครอยากได้แป้งที่ทาง่ายๆ เหมาะกับการแต่งหน้าทุกวัน สบายๆ ดูธรรมชาติไม่หนักหน้า ช่วยคุมมันได้ดีมากระดับนึง ลองไปหามาดูกันได้น้า สาวๆ ออฟฟิศหรือน้องๆ นักศักษา ที่มีชีวิตประจำวันที่เร่งรีบหน่อย ใช้ได้หมดเลยนะ หรือจะใช้ออกงานกลางวัน กลางคืนก็ยังไหวค่า 



ตอนนี้ทางเพจเค้ามีกิจกรรมกันอยู่ด้วย ถ้าอ่านรีวิวนุ่นแล้วอยากลองดู นับเป็นจังหวะที่ดีที่จะลองพรีออเดอร์ผ่านทางเฟสบุ๊คหรือไอจีของแบรนด์เลยค่า เพราะเค้ามีแจกกระเป๋าชาแนลด้วยนะค้าาาา COCO CHANEL HANDLE 9.5 มูลค่ากว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทททท มีที่ไหนสั่งแป้งพัฟลุ้นกระเป๋าชาแนล เอ้อ ใครอยากลองของและเสี่ยงดวงไปพร้อมๆ กันก็ลองไปตำกันได้น้าาา ถึง 21 ต.ค. นี้ค่าาาา



สำหรับวันนี้นุ่นไปก่อนแล้นนนน ไว้มีอะไรใหม่ๆ มาจะเอามาฝากทุกคนอีกนะค้า บ๊ะบายยย


วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แผลเป็น ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป ลองใช้ Natcare



สวัสดีค่าทุกคน วันนี้นุ่นมีของดีสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องรอยแผลเป็นมาฝากนะ ไม่ว่าจะรอยใหญ่แบบแผลที่ผ่านการเย็บมา รอยเล็กๆ แบบหลุมสิว จี้ไฝ ปลูกฝี ก็ได้ทั้งนั้น รวมไปถึงคนที่ผิวเพิ่งโดนเบิร์นมา ทั้งจากแสงแดดหรือความร้อนจากอุบัติเหตุนู่นนี่ก็สามารถใช้เจ้าตัวนี้ได้ค่า เชื่อว่าคนที่มีปัญหารอยแผลเป็นส่วนใหญ่จะมีไม่ได้มีแต่แผลทางกายเนอะ แผลใจก็ด้วย เวลาเห็นก็คงจะรู้สึกไม่ดีกับแผลพวกนั้น เดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีเยอะแยะที่ช่วยเราได้ แต่บางทีก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามมา นุ่นเชื่อว่าถ้าเราอยากลบมันก็ลบได้แหละ อยู่ที่ว่าจะใช้เงินซื้อเวลาเอาความเร็วเว่อร์เข้าสู้ หรือใช้ความพยายามใช่มั้ย ซึ่งสุดท้ายผลที่ได้ก็คือ รอยที่ได้รับการบรรเทาลงไปเนอะะะ



อ่ะเกริ่นมาซะยืดยาว มาลองดูซิว่า ตัวช่วยที่เค้าพูดถึงคืออะไร ทางแบรนด์ Natcare ส่งครีมตัวนี้มาให้นุ่นลองค่า ซึ่งมันก็คือ Scar Cream Intensive Formulation for Undesired Scar Improvement หลอดสีขาวฟ้ามีรอยีดเหมือนแผลเป็นอยู่กลางหลอด หน้าตาแบบนี้เลย สูตรนี้เป็นสูตรเข้มข้นด้วยนะ ซึ่งสารหลักๆ ที่ใช้ก็เป็นสารจากธรรมชาติด้วยค่า


คุณสมบัติทำอะไรได้มั่งมาดูกัน ทางแบรนด์เคลมมาว่า ครีมตัวนี้มีประโยชน์แบบ 5in1 คือ
Repair & improve scars ซึ่งก็จะช่วยดูแลทำให้รอยแผลเป็นหายเร็วขึ้น
Aftercare of surgery and laser treatment ใครที่มีแผลผ่าตัดหรือทำเลเซอร์มาก็ช่วยดูแลได้นะ
Aftercare of sun burn เพราะมีส่วนผสมหลักคือว่านหางจระเข้ เพราะงั้นแดดเผาเราก็ช่วยได้
Relieve dry and sensitive skin คนที่ผิวแห้งหรือแพ้ง่าย ครีมตัวนี้ก็ช่วยให้ความชุ่มชื้นได้ดี
Aftercare of burn wounds แผลที่โดนไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวกมา ก็ช่วยบรรเทาได้ค่า

มีประโยชน์หลักๆ มากมายในเรื่องการดูแลปัญหาแผลเป็นต่างๆ ของผิว เพราะงั้นมีติดบ้านไว้ก็ดี มีประโยชน์ในยามฉุกเฉินด้วย


ตัวเนื้อครีมเป็นสีขาวแบบนี้เลย ส่วนผสมหลักๆ ก็อย่างที่บอกว่ามาจากธรรมชาติค่ะ ลองดูรายละเอียดกันหน่อย จะได้รู้ว่าทาอะไรอยู่ แล้วทำไมคุณสมบัติมันทำให้แผลเป็นดีขึ้นหรือหายได้

ส่วนผสมหลักที่เค้าใช้ก็มี
Aruba Aloe Barbadensis แม้ชื่อจะดูไฮโซแบบชวนสับสน แต่พูดง่ายๆ ก็คือว่านหางจระเข้นั่นแลค่ะ แต่ทำไมฟังดูลึกล้ำ นั่นก็เพราะเค้าเลือกมาจากแหล่งเพาะปลูกว่านหางจระเข้ที่ดีและมีชื่อเสียงจากเกาะอะรูบา แถบทะเลคาริบเบียน แถมใช้วิธีสกัดเย็น ซึ่งจะช่วยรักษาสารความชุ่มชื้นเอาไว้ในตัวครีม ทำให้เวลาเรานำมาใช้จะช่วยรักษาผิวไหม้จากสาเหตุต่างๆ ได้ดีขึ้น รวมไปถึงการสมานผิวด้วยนะ
Jojoba Oil ตัวนี้ได้ยินกันคุ้นหูนักหนา แต่ประโยชน์คืออะไร สารสกัดจากต้นโจโจ้บา ช่วยเรื่องลดรอยเหี่ยววววย่นก็ได้นะ 555 เน้นทำไม และเพราะเป็นน้ำมันเลยมีคุณสมบัติช่วยลดการสูญเสียน้ำผ่านทางผิวหนังได้ด้วยค่า รวมไปถึงรักษารอยแผลเป็นผิวแตกลายได้ด้วยนะ
Vitamin C อาหารผิวเลย ตัวนี้หลักๆ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังและช่วยซ่อมแซมผิวนะ ลอริ้วรอยจุดด่างดำ แล้วก็ทำงานร่วมกันได้ดีกับวิตามินอี ซึ่งแน่นอนเป็นส่วนผสมหลักตัวสุดท้าย
Vitamin E พูดถึงเรื่องผิวจะเมินเฉยกับวิตามินอีไปเป็นไม่ด้ายยย ตัวนี้ช่วยทำให้ผิวนุ่มนิ่ม ชุ่มชื้นลดความหยาบกร้านนนนนน เน้นอีกละ หึ 555 และรอยแดงด้วยค่า สุดท้ายคือช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนได้

ดูจากส่วนผสมแล้ว ครีมตัวนี้นอกจากช่วยเรื่องรอยแผลเป็นได้แล้ว ก็ใช้บำรุงผิวได้เหมือนกันนะ เพราะมีแต่อาหารผิวดีๆ 

ตรงเอวเค้ามีรอยเป็นหลุมตื้นๆ อยู่ หลังจากได้ลองใช้ครีมตัวนี้มาสองสัปดาห์ สำหรับนุ่น รอยมันจางลงนิดๆ นะ คือถ้าใช้ตั้งแต่ตอนแรกที่เพิ่งเป็นแผลละใช้ต่อเนื่องมา น่าจะเห็นผลชัดเลยแหละ แต่นี่แผลเป็นมานานแล้ว ก็ยังเห็นผลอยู่น้า



วิธีใช้ก็ง่ายๆ เลยค่า ทาบนแผลเป็น 5555 ง่ายไปป่ะ คือสำหรับคนที่เป็นแผลแบบเค้า คือเป็นมานานแล้ว ทาได้เลย ทุกบางๆ ทุกวัน ใช้ให้ต่อเนื่องก็พอ

แต่สำหรับคนที่เพิ่งเป็นแผลสด งดนะจ๊ะ ห้ามใช้ ทาไปเละแน่นอน รอแผลสมานตัวก่อนค่า พอแผลเริ่มสมาน มีทริคเล็กๆ สำหรับคนที่กลัวเป็นแผลเป็นชัดๆ ถาวรนะ คือให้ทาครีมลดรอยแผลเป็นเนี่ยแหละ จะยี่ห้อไหนก็ได้ แต่สำหรับเค้า เค้ามีอันนี้แล้ว เค้าก็ทาอันนี้สิ 555 พอทาลงไป ก็เอาสายรัดที่ช่วยรัดรอยแผลให้ติดกันเอาไว้ หลังจากรัดไปทั้งวัน พอถอดเสร็จ ให้เอาครีมตัวนี้ทาซ้ำลงไปอีกรอบ เอาจริงๆ ครีมนี่ทาซ้ำทุก 3-4 ชั่วโมงไปเลยก็ดีน้า ช่วงแรกๆ อ่ะ ทาไปเลย ทำมันเข้าไปทุกวันๆ ไม่ช่วยให้รู้ไป



เนื้อครีมบางๆ ทาแล้วซึมง่ายไม่เหนียวเหนอะหนะค่า ซึมง่ายครีมซึมลงผิวนะ ครีมไม่ได้เศร้า.......เดี๋ยวๆ มุขนี่เล่นไม่ต้องปรึกษาหารือใครเลยเนาะ แบบนี้ก็ได้เหรอ เอาจริงไม่ได้หรอก หึ...อ่ะ แต่ซึมเร็วเจงงงง หอมอ่อนๆ หอมนี่หอมธรรมชาตินะแจ๊ะ น้ำหอมบ่ได้ใส่ ไม่ต้องกังวลเหล่าคนแพ้ง่าย ทาไปแล้วผ่านไปเป็นชั่วโมงๆ มาจับผิวจะนุ่มๆ ดูไม่แห้งอ่ะ คือดีย์ตรงเน้


เอาจริงๆ ถามว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในตัวเราคืออะไร ผิวหนังแน่นอนใช่มั้ยล่า ถ้าดูแลผิวให้ดี ภาพโดยรวมเราก็จะดูดีมีระดับทันที ดูสะอาดสะอ้าน ผิวเนียนนุ่น นวลเนียนไม่มีริ้วรอย เพราะฉะนั้นถ้าห่วงสวยแล้ว อย่าลืมดูแลรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ รวมไปถึงมีความพยายามและไม่หยุดสวย รับรองความสวยมาเยือนแน่ๆ จ้า

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559

50ชิ้น !!! เครื่องสำอางถูกและดี โดนใจ สาย ฝ.


สวัสดีคะสาวๆ พบกันกับนุ่นอีกแล้ววววว วันนี้นุ่นก็รวมพลังฮึดเพราะเนื่องจากช่วงนี้พลังสาย ฝ. (ฝรั่ง) ฮิตซะเหลือเกินนนน เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ทำเรื่องถูกและดีเฉยๆก็ดูจะธรรมดาเดิมๆ วันนั้เลยจะมาอัฟเดทเครื่องสำอางที่ถูกและดี แถมยังเหมาะสำหรับการแต่งหน้าสไตล์ฝรั่ง 50 ชิ้น เอาให้จุใจกันไปเลยยย โอเค มีอะไรบ้าง จะมีตัวที่ใครใช้อยู่ติดโผบ้างไม๊ มาดูกันเลยยยย



1.Sleek Matte Me 

ลิปสติกจิ้มจุ่มในตำนาน ที่ขึ้นชื่อเรื่องสีแน่นจัดเต็มมากๆ แถมหลุดยากอีกต่างหาก สาวสาย ฝ ต้องห้ามพลาดแบรนด์จากอังกฤษตัวนี้เด็ดขาด ราคาอาจจะสูงแต่ก็ถือว่ายังถูกอยู่ดี ยิ่งถ้าเทียบกับคุณภาพของเจ้า Sleek Matte Me เนี่ย ชิ้นนี้ยังไงก็คุ้มค่ะ ให้ความแมตต์ที่สวยคงทน ไม่ดูแห้งตกร่อง สวย! 

2. NYX Liquid Suade

NYX Liquid Suade เป็นจิ้มจุ้มแมตต์ที่ราคาแรงกว่า Soft Matte แต่บอกเลยว่าสีจัดจ้านกว่าแล้วก็ติดทนกว่าด้วยค่ะ แพงกว่านิดหน่อยเอง แต่คุณภาพดีกว่า สีที่มีให้เลือกก็แซ่บลืม สาวสาย ฝ อย่าลืมไปตำมาไว้ในกำมือนะคะ

3. Supermom 

ถึงจะเป็นแบรนด์ไทยแต่ใจเป็นสายฝรั่งอย่างแน่นอนสำหรับแบรนด์นี้ สำหรับ Supermom จุดเด่นคือความคงทน และสีที่สวยมาก (แต่ไม่สัมพันธ์กับกล่องและการสวอชแต่อย่างใด) ถ้าจะซื้อก็ให้ดูรีวิวไปก่อนนะคะ สีข้างกล่องกับสีลิปจริงๆต่างกันมาก แล้วนางก็ไม่มี Tester ด้วยแต่อย่างใด นี่แอบกระซิบว่าสี 27 แซ่บ

4. Revlon Superluststrous Lipstick

ลิปสติกเนื้อครีมที่ให้ความรู้สึกชุ่มชื่น อวบอิ่มให้กับริมฝีปากเราค่ะ มีขายมานานแล้วแหละ แต่เดี๋ยวนี้ใครๆก็เอะอะจิ้มจุ่มแมตต์ๆๆๆกัน จะบอกว่า ของเก่าก็ดีนะยูว อย่างตัวนี้อาจจะไม่โดดเด่นเรื่องติดทน อาจจะต้องเติมระหว่างวันหรือหลังทานอะไรเสร็จ แต่จะบอกว่า นางไม่ทำให้ปากเราดูป่วย ดูแห้ง แถมสีโทนน้ำตาลก็ดูหรูสะใจมาก สาย ฝ ต้องไม่พลาดค่ะ 



5. Revlon Colorstay foundation 

รองพื้นในตำนานที่ไม่มีวันตายของเรา ปีนี้นางมาใหม่ในรูปแบบของหัวปั้มค่ะ เพื่อให้ชีวิตของผู้บริโภคง่ายขึ้น รองพื้นตัวนี้ปกปิดดีมาก อาจจะหนาหนักไปหน่อยสำหรับ Everyday look แต่อย่าได้แคร์ค่ะ ใช้ฟองน้ำชุบหมาดปาดเบาๆเกลี่ยให้ทั่ว ตัวนี้เอาอยู่สำหรับสาวหน้ามันที่ต้องการความเป๊ะไม่เยิ้ม น้ำสาดไม่หลุด คิดดูก็แล้วกันค่ะ 

6. Maybelline Super Mineral 24

สูตรนี้ค่อนข้างบางเบา ถ้าเทียบกับตัวด้านบนนะคะ มีความแห้งไวอาจจะต้องรีบเกลี่ยกันหน่อย คุมมันได้ดีค่ะ ไม่ค่อยเยิ้มมากระหว่างวัน ถ้าไม่ได้ไปตกระกำกลางแดดที่ไหน ปกปิดสวยงามตามท้องเรื่อง หาซื้อง่าย ราคาน่าคบหาค่ะ

7. Essence Stay All Day 

เหมาะกับคนผิวโทนแดงๆอมชมพู โทนเหลืองอาจจะต้องคิดหนักหน่อยนะคะสำหรับรองพื้นตัวนี้ แต่ความเก๋ของน้องเค้าคือเนื้อแมตต์เกลี่ยละแห้งเรียบเนียน สบายผิว ให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ แลไม่หนาเตอะ ควบคุมความมันระหว่างวันได้ดีทีเดียวค่ะ ไม่เกินสามร้อยค่ะยูวว

8. Catrice 12h Matte Moose

สาวผิวมันต้องเก็บเจ้านี้ไว้ใกล้ๆตัวเลยค่ะ เพราะแบรนด์เยอรมันอย่าง Catrice นั้น เข้าอกเข้าใจปัญหาของสาวไทยได้อย่างไรก็ไม่ทราบ ถึงได้ทำรองพื้นเนื้อมูสที่เหมาะกับความเยิ้มของบ้านเราได้ดีมากๆเลยค่ะ เกลี่ยแล้วเป็นเนื้อแป้งเบาสบาย ควบคุมความมัน ปกปิดรูขุมขน สบายหน้ามากๆ สาวผิวแห้งก็ใช้ได้นะคะ แต่จะไม่ได้ลุคดิวอี้โกลว์ๆนะคะ โนวๆๆ



9. Sleek Au Naturel I-Divine Eyeshadow Palette 

แบรนด์จากฝั่งผู้ดีอังกฤษกันอีกแล้วนะคะ สำหรับ Sleek พาเลตในตำนานนี้ ไม่ต้องพูดอะไรมาก มาเต็มกับ 12 สีจุใจ ใช้ได้ตั้งแต่แต่งอยู่บ้านยันออกงานค่ะ ถือเป็นพาเลตที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะหาซื้อง่าย ราคาก็อยู่ที่ประมาณสี่ร้อยห้าร้อยบาทขึ้นไปค่ะ แต่จะบอกว่า พาเลตเดียวเอาอยู่จริงๆ โดยเฉพาะ Au Naturel คืองดงามค่ะ

10. W7 

ตัวตายตัวแทน หรือ Dupe ของ Naked เค้าล่ะค่ะ สาวๆที่อยากประหยัดทุนทรัพย์ก็จัด W7 ตัวนี้มาแทนได้ มีความเม็ดสีแน่น มีความจิกเพียงเล็กน้อยก็สีชัดแล้ว ในพาเลตนึงมีสีมาให้เราถึง 12 สี เหมือน Naked เลยตัวเธอ แต่ราคาถูกกว่าเยอะมาก ไปฟาดกันได้สบายๆค่ะ 

11. Catrice Absolute Matte 

ราคาไม่ถึงสามร้อย แต่เจ้าพาเลตเล็กๆจากเยอรมันตัวนี้ก็ทำหน้าที่ได้ไม่แพ้ของแพงๆแต่อย่างใดนะคะ สำหรับสาวก Drug Store ต่างยกให้เจ้าพาเลต Absolute ของ Catrice นั้นชนะเลิศไปเลยที่ความสวยงาม เรียบหรูดูแพง ของสีสันและแพคเกจ สีโทนเข้มของเค้าเข้มถึงดีจริงๆค่ะ เลยแนะนำเป็น Absolute Matte สำหรับสาวๆที่รักการทำสโมคกี้อาย 

12. Cute Press Twilight Garden Eye & Brow Palette 

ยังคงครองใจดิฉันอยู่นะคะ สำหรับพาเลตถูกและดีตัวนี้ งานคิ้วงานตา จบปึ้งในพาเลตเดียว เม็ดสีแน่นตามราคานะคะ มีสีโทนสว่างสำหรับการทำ Highlight มีไว้ไม่เสียหายค่ะคุณณณ ถือเป็นเรื่องราวดีๆ สามร้อยกว่าบาทเท่านั้น



13. Mei Linda Miracle Brow 3D Gel

Mei Linda ชื่อนี้คือความถูกและดีจริงๆค่ะคุณ สำหรับสาวสาย ฝ คิ้วต้องชัด เป๊ะ จะมาขาดมาหายระหว่างวันไม่ได้นะคะ หน้าเราต้องคมค่ะ ตัวนี้ทนมากกกกก ไม่เลือนหายระหว่างวันแม้จะเหงื่อออกเยอะก็ตาม เขียนง่าย ยิ่งถ้าใช้แปรงหัวตัดดีๆนะคะคุณ ตบด้วยฝุ่นอีกสักหน่อยเพื่อให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ เริ่ดค่ะ ร้อยเดียวก็สวยได้ค่ะ

14. Maybelline Brow Drama

เขียนคิ้วกันแล้วก็ต้องปัดคิ้วกันเสียหน่อยนะคะคุณขา ยิ่งโดนเฉพาะสาวๆ สายฝรั่งคนไหนที่ทำสีผมให้อ่อนลงแล้วเนี่ย คิ้วจะดกดำก็กระไรอยู่นะคะ ปัดมาสคาร่าคิ้วเพื่อให้สีคิ้วกับสีผมสอดคล้องกันก็จะทำให้เราดูเป๊ะมากขึ้นค่ะ ตัวนี้มีสีอ่อนด้วยนะ ปัดแล้วคิ้วอยู่ทรงดีค่ะ อาจจะไม่ทนนานขนาดนั้น แต่ข้อดีคือล้างออกง่ายเนาะ อาจจะเหมาะกับวันออกงานแป๊ปๆ หรืออยู่ในออฟฟิศเย็นๆ มากกว่าค่ะ

15. Cute Press Jet Set Professional Eyebrow Percil Waterproof

ชื่อนางยาวดีจริงๆค่ะ รุ่นนี้เป็นดินสอเขียนคิ้วที่ชอบมาก เขียนลื่น นุ่ม ไม่บาดคิ้ว เนื้อดินสอไม่หักง่าย เขียนแล้วไม่เป็นคราบ เส้นคมชัดดีค่ะ อาจจะหมดไวไปนิสนึงเพราะเนื้อค่อนข้างนุ่มค่ะ

16. TER Masterpiece 3D Eyebrow Tattoo Waterproof

งานคิ้วเป็นทรง ติดทน อีกแล้วค่ะคุณผู้ชมม ตัวนี้แม้จะมีสีให้เลือกน้อยและแห้งช้าไปหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นเจลเขียนคิ้วที่ดีงามอีกตัวนึงเลย ราคาสามร้อยหน่อย ได้แปรงกะเจล แต่แนะนำว่า ให้ซื้อแปรงหัวตัดดีๆมาติดตัวไว้เถอะค่ะ นางสารพัดประโยชน์จริงๆนะ



17. Maybelline Lash Sensational™ : Waterproof Mascara

มาสคาร่าที่ทุกคนต่างยกย่อง ปัดแล้วขนตายาวขึ้น หนาขึ้น สูตรนี้กันน้ำด้วยค่ะ ไม่แพนด้าระหว่างวัน ชอบในความหนามากกว่า ความยาวมีตัวอื่นที่ทำได้ดีกว่านี้ค่ะ ล้างออกยากสักหน่อยเพราะเป็นสูตรกันน้ำด้วย 

18. BQ COVER MASCARA

มาสคาร่าเขียวในตำนาน คู่ใจช่างแต่งหน้าเค้าล่ะค่ะ ถ้าอยากได้ลุค ฝ ในราคาที่ถูกแสนถูกก็ต้องจัดมาสคาร่าตัวนี้ ดำ ยาว เหมือนติดขนตาปลอมเลยแหละ ติดทนนาน ไม่แพนด้า ไม่หลุดระหว่างวัน ใครหนังตามันก็เอาอยู่ค่ะ ราคาร้อยหน่อยๆ หื้มม ดีจนน 

19. Mistine Prolong Big Eye Mascara

อยากมีลุค สายฝรั่งงานนี้เราก็ตามแม่ปู ไปรยา ไปค่ะ มาสคาร่าตัวนี้ปัดแล้วขนตายาวขึ้นมากจริงๆ ดูดำดูหนา ไม่แพนด้า กันน้ำ คุณสมบัติครบอย่างที่มาสคาร่าดีๆควรจะเป็น ราคาอยู่ที่ไม่เกิน 150 บาทค่ะ 

20. L’oreal Architect Mascara 4D

ขนตาเด้งทะลุ 4 มิติกันเลยทีเดียว เจ้า L’oreal แท่งสีน้ำเงินฝาสีเงินเมทัลลิกตัวนี้เป็นตัวขึ้นชื่อเลยล่ะค่ะ ปัดแล้วขนตาเด้ง งอน ยาว อาจจะมีแพนด้าบ้างถ้าใครหนังตามันมากๆ แปรงซี่เล็กละเอียดเข้าถึงขนตาได้ง่ายค่ะ ปัดสักสองรอบก็หนาแล้ว 



21. CALAR Nail Colour

สาวสาย ฝ ความสวยที่ขาดไม่ได้เลยคือเล็บค่ะ สาวๆเมกันนี่ทำเล็บกันทีหลายพันเลยนะคะ แต่เราสวยประหยัดหลักร้อยก็เอาอยู่ Calar Nail Colour น้ำยาทาเล็บในราคาไม่เกิน 50 บาทแน่นอนค่ะ ทารอบแรกอาจะดูบางไปสักหน่อย ทาทับสักสามรอบ จะได้สีที่ดูแพงและดูดีค่ะ

22. TENTEN Nail Polish

ตัวนี้เป็นแบรนด์ไทยสไตล์ฝรั่งอีกแบรนด์ค่ะ คุณภาพเกินราคามากๆ หาซื้อได้ง่ายด้วยที่สำคัญ สีดูชัดและแน่นมากค่ะ ความติดทนคือใช้ได้เลยทีเดียวแต่แน่นอนว่าก็คงไม่เท่าสีเจล เลือกสีโทนนู้ดก็จะสวยดูแพงแน่นอนค่ะ เอาให้แมทช์กับสีปากไปเล้ยย 

23. Camella Color Fashion Perfect Nail

แบรนด์คนไทยดีๆอีกแบรนด์ค่ะ สาวสาย ฝ อย่าตกใจว่ามาผิดที่รึเปล่า เพราะแบรนด์ไทยเนี่ย ถูกและดีเยอะนะคะ ที่สำคัญเฉดสีที่พวกนางผลิตออกมาก็เข้ากันได้ดีเหลือเกินสำหรับการแต่งหน้าแต่งตัวสายฝรั่งอย่างเรา จะจ่ายแพงกว่าทำไมเนาะ Camella สีชัด แน่นดีค่ะ ทาแป้ปๆไม่ต้องใช้น้ำยาเยอะก็กลบเล็บมิดแล้ว สวยค่ะ

24. Essence Colour & Go

ใครที่ชอบเล็บเจลแนะนำให้ไปสอยเจ้าตัวนี้มานะคะ ขวดนึงไม่ถึงร้อย แต่ให้ Finish look ของเล็บเจลที่สวยมากๆๆ มีสีให้เลือกเยอะด้วยค่ะ ยี่ห้อนี้เค้ามี Base และ Top Coat เจลขายด้วย อยู่ในตู้เดียวกันนั่นแหละค่ะ แนะนำว่าสอยมาให้ครบ จะได้เล็บสวยที่ทาเองที่บ้านก็ได้ค่ะ ประหยัดไปได้ตั้งเยอะแหนะ



25. Lifeford Hi Precise Eye Pen

เป็น Eyeliner ที่ให้เส้นที่คมชัดเป๊ะ ไม่เลอะไม่แพนด้า ไม่หายไปเลย คือล้างออกยากด้วย 55 โดยรวมชอบมากค่ะ ราคาถูกแสนถูกอีกต่างหาก ซื้อมากรีดให้ตาคมกันไปทั้งสองข้างเล้ย

26. In2It Waterproof Eyeliner Pen

หัวแปรงพู่กัน เขียนง่าย สีอาจจะไม่ดำสนิทมากนะคะ แต่หลุดยากมาก กันน้ำ กันเหงื่อได้ดีค่ะ  แต่ทาทับก็ได้เรื่องอยู่ถ้าใครชอบแบบสีดำเข้มสะใจ ราคาตกอยู่ที่ชิ้นละไม่เกินสองร้อยเท่านั้นค่ะ หาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป

27. Maybeline Hyper Glossy Liquid Eyeliner

อายไลเนอร์สีดำ เงา กันน้ำ ติดทนค่ะ แต่ล้างออกง่ายด้วย Make up remover แปรงเรียวเล็ก เขียนง่ายมากๆ เส้นเล็กและคมดีค่ะ ราคาถูกมาก ซื้อที่เซเว่นประมาณเก้าสิบกว่าบาท 

28. Oriental Princess: Oriental Eyes Liquid Eyeliner

Eyeliner สีดำสนิท Finish look เป็น Matte ไม่วิ้ง ไม่เงาค่ะ ไม่ทนน้ำเท่าไหร่ พู่กันเรียวเล็ก เขียนง่าย บังคับเส้นคมได้ดั่งใจดีค่ะ ราคาก็ไม่แพง หาซื้อง่ายแน่นอน 



29. Revlon Photoready Concealer SPF20

Concealer แบบแท่งหมุนๆ พกพาสะดวกแถมดูแพงอีกต่างหากนะคะตัวนี้ มันดีอ่ะคุณ คือปกปิดรอยสิวแผลเป็นได้เริ่ดมาก อาจจะหนาเกินกว่าโบกใต้ตาไปสักหน่อยและเสี่ยงกับการตกร่อง แต่ว่าดิฉันแนะนำไว้ใช้ปกปิดรอยสมรภูมิค่ะ เริ่ดมาก 

30. Collection Lasting Perfection Ultimate Wear Concealer

ถูกและดีจริงๆค่ะตัวนี้ เนื้อบางเบา ไม่เยิ้มไม่ตกร่องเป็นคราบ ไม่โป๊ะไม่ลอย เกลียง่าย โอ้ย สรรพคุณเกินราคามาก บอกเลยว่าตัวนี้ดีจริงค่ะ ราคาไม่เกิน 300 บาท แถมนางชอบลดด้วยนะ เออ ไปสอยค่ะ เราสาย ฝ ไม่ใช่สายแพนด้า

31. U Star Zignature

ตลับเล็กแต่คุณภาพไม่เล็กนะคะสำหรับ U Star ชิ้นนี้ นอกจากจะใช้เป็น Concealer แล้ว ยังสามารถเป็นได้ทั้ง Highlight และ Shading ได้อีกด้วย สีเข้มใช้ปกปิดรอยดำรอยสิวได้ดีทีเดียวค่ะ แม้จะไม่ค่อยทนนานเท่าไหร่ แต่ราคาน่าคบหา ดิฉันให้ผ่านนะคะ

32. Wet n Wild Coverall Concealer Palette

ชอบเจ้าตัวนี้เพราะว่ามีให้ถึง 4 สีด้วย สีเขียวช่วยลบรอยแดง สีชมพูช่วยลบรอยดำ รอยคล้ำใต้ตา สีขาวก็สามารถใช้เป็น Highlight ได้ ส่วนสีครีมก็ปกปิดรอยทั่วไป ใช้แล้วหน้าสว่างขึ้นค่ะ ไม่หมอง ข้อเสียคือปิดไม่ทนเท่าไหร่ค่ะคุณ มีหลุดลอกเลือนหายตามเวลาสักสี่ชั่วโมง แต่ราคา 199 เท่านั้นเองค่ะ



 

33. Sleek Blush by 3

แนะนำตลับ Sugar นะคะ ชอบสีมากๆ ออกโทนน้ำตาล ปัดง่าย ได้ความ Glamorous สำหรับเราชาว ฝ มากๆ Packaging สวยหรู แน่นหนา กระจกใหญ่ ดูแพงไปอีกค่ะคุณผู้ชม โดย Blush on รุ่นนี้มีให้เลือกห้าแบบ แต่ละแบบมี 3 สี ค่ะ ลองไปเลือกดูกันได้นะ ราคาก็ประมาณ 400+ ค่ะ 

34. ZOEVA Luxe Color Blush

ชิ้นละสามร้อยกว่าบาท เม็ดสีแน่นเป๊ะ Packaging หรูหรา เรียบ ทนทาน ไม่ก๊องแก๊งไก่กาอาราเล่ค่ะคุณ มีส่วนผสมของ Apricot oil และ Vitamin E บำรุงผิวหน้าเราไปในตัว เกลี่ยง่าย ติดทน คอนเฟิร์ม!

35. Revlon Powder Blush 

สีคล้าย Nars มากๆ แต่ราคาไม่คล้ายเลยเพราะถูกกว่าเยอะ สีแน่นไม่เลือน ถึงเลือนก็น้อยอ้ะ เกลี่ยง่าย ใช้แปรงจิกเบาๆก็รู้เรื่อง ที่สำคัญคือสีสวยมาก ราคาประมาณ สี่ร้อยหน่อยๆเองค่ะ

36. E.L.F. Studio Blush Palette 

โอ้ยยย สีคือร้อนแรงเวอร์! สาวผิวแทนอยู่ไหนคะ ไปตำด่วน เพราะรับรองเกิดแน่ๆ สีแน่นจัดจ้าน เกลี่ยง่าย งานนี้สาวผิวขาวจะแจมก็ได้นะคะแต่ต้องเบามือทีเดียว เพราะสีเค้าแรงมากจริงๆ พาเลตนึงมี 4 สีค่ะ รุ่นนี้มีพาเลตสองแบบ ลองไปตำกันได้ ราคาห้าร้อยนิดๆแต่รับรองว่าคุ้มค่าค่ะ 



37. NYC Smooth Skin

มาถึงเรื่องสำคัญที่สาวสาย ฝ อย่างเราๆจะพลาดไม่ได้ นั่นก็คือการคอนทัวร์นั่นเอง สำหรับ NYC ชิ้นนี้บอกเลยว่าสุดคุ้ม ราคา 199 แต่ให้ปริมาณมากะว่าไม่ให้ซื้อซ้ำเลยค่ะคุณขา ปัดแล้วได้ผิวแบบบ่มแดดสุขภาพดี ชอบความแทนและมิติของชีคโบนที่มอบให้ในราคาถูกขนาดนี้ค่ะ กราบ

38. E.L.F contouring blush & Bronzer

งานของสาวผิวแทนมาอีกแล้วค่า E.L.F Contouring Blush & Bronzer ส่วนตัวคิดว่าเนื้อ Shimmer ของ Blush ใหญ่หน่อย ไม่ละเอียด ส่วน Bronzer เหมาะกับสาวผิวแทนมากค่ะ สีเข้ม รับรองว่าโดนใจแน่นอน สาวผิวขาวปัดเบาๆเลยค่ะเดี๋ยวหน้าเป็นปื้น ติดไม่ค่อยทนเท่าไหร่ค่ะ ไม่เหมาะสำหรับวันอันยาวนาน แต่สีนางสวยเนาะ กระซิกๆๆ

39. ESSENCE sun club brunettes darker skin

สีที่เลือกมาเป็นสีที่เข้มขึ้นมาหน่อยนะคะ งานเกลี่ยต้องมาเพราะ Contour is our RELIGION ค่ะ ชอบตัวนี้เพราะให้สีที่เหมือนหน้าบ่มแดดสุขภาพดี เป็นแทนธรรมชาติ ราคาถูกมาก ไม่เกินสองร้อย 

40. Gino McCray Pro Make-Up Smooth Focus & Define Shading

กรี๊ดค่ะ ในราคาสองร้อยนิดๆ คุณ Gino McCray ให้สีเราเหมือนเราไปตำของแพงมา! โทนสีน้ำตาลที่ได้มาคือดี ไม่ส้ม เนื้อสัมผัสดีค่ะ เกลี่ยง่าย แต่ข้อเสียของนางคือ ไม่ทนค่ะ จิกกันหนักมาก เม็ดสีไม่แน่นเท่าไหร่ แต่โดยรวมถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาค่ะ 



41. Catrice Translucent Powder 

คุมมันดีค่ะ เป็นแป้งโปร่งแสง ผิวสีไหนก็ใช้ได้ค่ะ แต่ติตรงไม่ให้พัฟมาาาา ขอหักคะแนน Packaging หน่อยนึงค่ะ แต่ใช้เป็นแป้งสำหรับเซ็ทถือว่าลงตัวมาก ในราคาสามร้อยบาทสำหรับ Translucent ก็ถือว่าวินอยู่นะคะ 

42. Revlon Touch & Glow Loose Powder Translucent

ตบแป้งตัวนี้แล้วให้ความรู้สึกเนียนเป็นธรรมชาติมากค่ะ งานผิวต้องให้ Revlon จริงๆ รู้สึกไม่หมอง ไม่หลุดง่ายนะคะ แพคเกจก็เรียบหรูดูแพงตามประสาเครื่องสำอางค์ Drugstore ที่คิดมาเป็นอย่างดีแล้ว ขอติตรงพัฟมันไม่ฟูนี่ล่ะค่ะ นี่เลยใช้พัฟอื่นแทน มันเริ่ดตรงนางราคาถูกนี่ล่ะค่ะ ทำไงได้ แพ้อ่ะ แพ้ของถูก เห็นแล้วต้องสอย 55 

43. 12Plus Luminous CC SNAIL SPF 25 PA++

ทาแล้วหน้าไม่ลอย ไม่วอก เนียนกริบ อาจจะไม่ได้ปกปิดรอยสิวได้เนียนอะไร แต่ว่าก็เป็นแป้งที่ทำให้หน้าเด้งไปทั้งวัน ให้ความรู้สึกสบายหน้าดีค่ะ แป้งเนื้อละเอียด ยิ่งเติมระหว่างวันก็ยิ่งเนียน ไม่ดูพอกดูโบกแต่อย่างใด จัดไปเลยค่าสาวๆ นี่เชียร์

44. Sheene Oil Free Cake Powder SPF 25 PA++

กลิ่นหอม คุมมันได้พอประมาณค่ะ แต่ถ้าใครหน้ามันมากๆก็ต้องขอบอกว่านางไม่ได้เอาอยู่ขนาดนั้นนะเออ ตบแล้วไม่วอก แต่ต้องตบแล้วตบอีกหน่อย หลุดง่ายนิดนึง แต่ถ้าเทียบกับราคาก็ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม ไม่งั้นไม่อยู่คู่กับสาวๆมานานขนาดนี้หรอกใช่มั้ยคะ 



45. Sephora Perfecting Ultra-Smoothing Primer

ใช้แล้วผิวดูโกล์วดีค่ะ เหมาะสำหรับสาวผิวแห้งที่อยากจะเตรียมความพร้อมให้กับผิวหน้าก่อนลงรองพื้น ช่วยให้เครื่องสำอางค์ติดทนนานมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวชอบ Packaging ของ Sephora มาก สวยดีจัง ทำให้เราดูแพงทั้งๆที่ของนางราคาน่ารักมากเลยนะ ไม่ถึงพันบาทค่ะ แต่เมืองนอกขายถูกมากจริงๆ พอเข้าไทยมาราคาอาจจะสูงนิดนึงเนอะ

46. Collection Primed and Ready Smoothing Make Up Primer

ตัวนี้ทำให้ลงรองพื้นได้ง่ายขึ้นมากกก คอนเฟิร์มค่ะ แถมสรรพคุณเครื่องสำอางค์ติดทนขึ้น เป็น Primer เนื้อซิลิโคน ใช้แล้วควรล้างหน้าให้สะอาดนะคะ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดสิวอุดตัน ส่วนตัวชอบที่ปกปิดรูขุมขนได้ดีทีเดียวค่ะ ราคาก็ถูกด้วย 

47. Catrice Prime & Fine Illuminating Base

แพคเกจดูหรูดูแพงอีกแล้ววว ดำสนิท น่าซื้อติดกระเป๋าอ้ะ ไพร์มเมอร์เนื้อเหลวบางเบา ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน เตรียมผิวหน้าให้พร้อมสำหรับการลงรองพื้น ทำให้รองพื้นติดทนนานมากยิ่งขึ้น ปกปิดรูขุมขน ทั้งหมดนี้ในราคาสองร้อยนิดๆค่ะทุกท่าน!! อื้อหือออ เอาอะไรมาผลิตให้ดิฉันทา ทำไมถูกอย่างนี้

48. 17 Photo Flawless Skin Primer

คุณสมบัติที่ไพร์มเมอร์พึงมีอยู่ในนี้แล้วค่ะ ราคาไม่เกินสามร้อยบาทขาดตัว เจ้าตัวนี้ก็มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งทำให้ผิวเรียบลื่น ปรับผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอก่อนการแต่งหน้า รองพื้นที่ติดทนนานขึ้น อาจจะไม่เหมาะกับสาวหน้ามัน แต่สาวหน้าแห้งมีเฮค่ะ ตัวนี้ Finish Look ไม่ดูแห้ง ออกจะรู้สึกผิวสุขภาพดีนิดๆ ไปตำเหอะ อวยขนาดนี้ละ 



49. Bohktoh 

ขนตาบอกต่อค่ะคุณณณณ คือลุคสาวฝรั่งเนี่ย มันขาดขนตาไม่ได้เลยนะ แต่ขนตาถูกและดีก็ต้องยอมแบรนด์นี้จริงๆค่ะ ยิ่งถ้าเลือกคอนแทกเลนส์สีเก๋ๆ ใส่คู่กับขนตาปลอมที่ดูเป๊ะ ปัง แต่ไม่โป๊ะแล้วเนี่ย รับรองเลยว่าเกิดแน่นอน ขนตาบอกต่อขายเป็นกล่องค่ะ หารๆดูแล้วตกคู่ละไม่เกินยี่สิบบาท คุ้มมากจริงๆ

50. ขนตาปลอม Mei Linda 

ยังไม่จบไม่สิ้นกับยี่ห้อนี้หรอกนะคะ ขนตาปลอมของนางถือว่าเริ่ดมาก แกนไม่แข็ง ไม่เด้งหลุดง่าย เส้นขนตาเรียงสวยดีค่ะ ใส่แล้วให้ความรู้สึกปังแต่ไม่ดูปลอมจนเกินไป 

 

 

 โอ็ย!! เหนื่อยเลย 55555 หวังว่าคงจะจุใจกสุดสาย ฝ. กันไปนะค๊า ขอบคุณทุกคนที่อ่าน + แชร์ค่า ใครอยากให้เขียนเรื่องอะไรอีกบ้าง เม้นบอกกันไว้ได้น๊าาาา สำหรับวันนี้ไปก่อนแล้ววววว บัยบายยยยค่าาาาา

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

พาไปดูงาน neuronox โบทอกซ์ที่หมอไทยส่วนใหญ่เลือกใช้



สวัสดีค่าาาาทุกคน วันก่อนนุ่นมีโอกาสไปร่วมงานของ Neuronox มาด้วย ได้ยินชื่อนี้แล้วคุ้นๆ กันมั่งมั้ยเอ่ย สาวไทยหลายคนที่ชอบความหน้าเรียวเป๊ะเว่อร์หรือเป็นสายความงามจากเกาหลีน่าจะ “อ๋อออ” กันมั่งล้าววว เพราะแบรนด์นี้คือโบท็อกซ์ชื่อดังของเกาหลี ที่แทบจะเรียกได้ว่า ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของเค้าเลยก็ได้ และที่ไทยเองก็ไม่แพ้กันนะ ด้วยคุณภาพที่สมหรืออาจจะเรียกได้ว่าเกินราคาทีเดียว คนเข้าถึงได้ง่ายมากกว่าโบทอกซ์ของประเทศตะวันตกจ้า


งานวันนี้เค้าจัดเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีของบริษัท เซเลส ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายตัว Neuronox แต่เพียงผู้เดียว ก็เลยมีการเชิญศัลยแพทย์ชื่อดังจากเกาหลีมาร่วมพูดคุยในงานด้วย รวมไปถึงสาวๆ beauty blogger หลายคนก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน มารับข้อมูลเพื่อจะสวยไปด้วยกัน ละเอามาเล่าต่อให้ทุกคนได้ฟังกันนี่แล


มาดูกันว่าความพิเศษของแบรนด์นี้มีอะไรยังไงมั่ง ไปไงมาไงถึงกลายมาเป็นที่นิยมขนาดนี้ได้เนาะ


Neuronox เป็นแบรนด์เดียวที่มีต้นกำเนิดของโปรตีนบริสุทธิ์สายพันธุ์เดียวกับอเมริกา ซึ่งมีเปอร์เซนต์สูงความบริสุทธิ์ถึง 99.7% เลยนะ ผลที่ได้ก็เลยทำให้หลายๆ คนติดใจและเรียกได้ว่าเป็นฝาแฝดกับโบท็อกซ์จากประเทศอเมริกาเลย
โดยปกติแล้วใครที่เคยฉีดโบท็อกซ์เพื่อความสวยงามหน้าเรียวจะรู้ว่า พอฉีดไปแล้วผ่านไปซัก 2-3 อาทิตย์หน้าจะเริ่มเรียวลง เพราะกล้ามเนื้อจุดที่เราฉีดเข้าไปจะไม่ได้ทำงาน ช่วงแรกที่ฉีดบางทีเมื่อยแก้มเลยด้วยซ้ำ ไม่อยากจะเคี้ยวอะไร ก็เลยไม่แปลกที่หน้าจะเริ่มเล็ก แต่โบท็อกซ์ก็จะเวิร์คแค่กับคนที่มีปัญหาหน้าใหญ่ หน้าบานเพราะกล้ามเนื้อนะคะ เพราะถ้าเป็นที่โครงหน้าหรือไขมันเนี่ย ช่วยไม่ได้จ้า ซึ่งหลังจากฉีดไปแล้ว 7-8 เดือน กล้ามที่ฟีบไปก็จะเริ่มกลับมาใหม่ ดังนั้นเราก็เลยต้องไปซ้ำค่ะ 



ถามว่าต้องซ้ำไปตลอดชีวิตเลยมั้ยอ่ะ จากที่ได้คุยกับคุณหมอมา คุณหมอบอกว่า ถ้าเราฉีดเข้าไปเรื่อยๆ ในปริมาณที่มากพอ ถึงจุดนึงมันจะเล็กได้ถาวรเลย รวมไปถึงคนที่หน้าเริ่มมีรอยย่นรอยเหี่ยว ตีนกา จะใช้ตัวนี้ลิฟต์หน้าก็ได้ ซึ่งการลิฟต์หน้าก็คือการฉีดจึ้กๆๆๆ เข้าไปตามแต่ละจุด ซึ่งจะช่วยทำให้หน้ากลับมาตึงเปรี้ยะ แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ นะ และของที่ใช้ก็ต้องเป็นของจริงด้วย ไม่งั้นจะอันตรายมาก เพราะมันคือการฉีดเข้าไปในร่างกายเลยนะทุกคนนน แล้วคิดดูว่าถ้าคนที่ฉีดไม่ได้มีประสบการณ์มากพอจริงๆ องศาหน้านี่เบี้ยวได้เลยนะ หางตาจากตกอาจกลายเป็นชี้เป็นงิ้ว หรือยิ้มแล้วดูเฟคเว่อร์ หน้าประหลาดไปเลย เพราะงั้นอย่าอยากสวยจนเลือกราคาถูกๆ แล้วมองข้ามเรื่องความปลอดภัยค่ะ สำคัญมากกกก เช็คให้ดี นี่หน้าเราเลยนะคะ แถมอยู่นานไปอีกหลายเดือน หรือร้ายแรงกว่านั้น ถ้าเจอของปลอมเข้าไป อาจถึงขนาดแพ้อย่างรุนแรงได้เลย



จริงอยู่ว่าหลายคนอาจจะเถียงว่า แต่ของเมกาอ่ะ ลงแล้วอยู่นานกว่านะ คือผลในความเรียวมันก็ไม่ต่างกันมากเพราะลงทั้งคู่ ของเมกาอาจจะอยู่นานกว่าจริง แต่ก็ต้องแลกด้วยราคาที่สูงกว่า ถ้าใช้ในปริมาณที่เท่ากันจ้า มีทรัพย์ก็จ่ายไปไม่ว่ากัน 555 แต่ถ้าใครที่ต้องการความคุ้ม คุณภาพที่ดีกับราคาที่เข้าถึงไม่ยาก Neuronox เป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะ แบรนด์นี้ใช้ในโรงพยาบาลชั้นนำและคลินิคชื่อดังทั้งของไทยและเกาหลีมากมาย นอกจากนี้ยังมีใช้กันไปอีก 27 ประเทศทั่วโลก แถมยอดขายปีนึงก็ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านขวดด้วย ณ จุดๆ นี้ก็การันตีคุณภาพได้มากมายระดับนึงแล้วนะแจ๊ะ 

ใครที่สนใจอยากลองหน้าเรียวหรือขจัดความเหี่ยว ลองไปปรึกษากับคุณหมอที่เชื่อถือได้ และมองหาคลินิกที่มีชื่อ Neuronox ได้น้า แล้วลองมาดูผลกันว่า จริงอย่างที่เค้าเคลมมั้ย แล้วจะติดใจจนอยากซ้ำจริงป่าว ที่เมืองไทยมีคลินิกและโรงพยาบาลเยอะแยะเลยที่ใช้ รวมแล้วกว่าพันแห่งนะคะ ภายในงานเองก็มีคุณหมอมาร่วมด้วยถึง 3 ท่าน จากคลินิกชื่อดังทั้งนั้นเลย นอกจากหมอเกาหลีที่พูดถึงไปข้างบนแล้ว ที่ไทยยังมีคุณหมอที่ใช้ Neuronox จริงๆ มาให้ความรู้ด้วยนะคะ


คุณหมอที่มาร่วมงานมี พญ. กรวิกกา พัฒนะปรานผู้ก่อตั้ง กรวิกกาคลินิก, พญ.ชุติมา ดุลย์มณี แพทย์ผู้ก่อตั้ง EAST CLINIC  และนพ. ฉัตรชัย ชูแสง ผู้ร่วมก่อตั้งฟารีดาคลินิกที่กำลังได้รับความนิยม คุณหมอทั้งสามท่านผ่านการใช้นิวโรน็อกซ์มามากกกว่า 1,000 เคสเลยน้า คุณหมอฉัตรชัยให้หตุผลว่าที่เลือกก็เพราะคนไข้มั่นใจในความปลอดภัยได้ 100% และเพราะคนไข้ส่วนมากประทับใจและอยากกลับมาฉีดซ้ำเนื่องจากประสิทธิภาพเท่ากับแบรนด์อเมริกาแต่ราคาจับต้องได้มากกว่า



ลองดูกันได้จ้า แต่อย่างที่บอก อย่าลืมเรื่องความปลอดภัยด้วยนะคะ อะเช วันเน้เค้าไปก่อนแระ บ๊ะบายยยย